สวัสดีครับ
หลายคนเริ่มรู้สึกว่า ชีวิตทุกวันนี้เหนื่อยง่ายกว่าเดิม อ้วนง่ายกว่าเดิม และสุขภาพถดถอยเร็วกว่าที่เคยเป็น ทั้งที่โลกยุคใหม่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีและความสะดวกสบายมากกว่ายุคก่อนอย่างมาก (1, 2)
บางคนอายุยังไม่มาก แต่กลับเริ่มมีปัญหาอ่อนเพลีย นอนไม่สดชื่น น้ำหนักขึ้นง่าย ปวดเมื่อย ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ น้ำตาลในเลือดเริ่มสูง หรือแม้แต่มีภาวะอ้วนลงพุงตั้งแต่อายุยังไม่มากนัก
หลายคนโทษตัวเองว่าไม่มีวินัย ออกกำลังกายน้อย หรือควบคุมอาหารไม่ได้ แต่ในความเป็นจริง อาจมีอีกคำอธิบายหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ “วิถีชีวิตสมัยใหม่” กำลังค่อย ๆ เปลี่ยนการทำงานของร่างกายมนุษย์โดยที่เราไม่รู้ตัว
ร่างกายมนุษย์วิวัฒนาการมาเป็นเวลาหลายแสนปี เพื่อให้ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ มีการเคลื่อนไหวร่างกายเป็นประจำ หลับพักผ่อนตามจังหวะของแสงธรรมชาติ กินอาหารที่ไม่ผ่านการแปรรูปมากนัก และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนในสังคมจริง แต่เพียงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา วิถีชีวิตของมนุษย์เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก (1, 2)
คนจำนวนมากต้องนั่งทำงานหน้าจอเป็นเวลานาน ขยับร่างกายน้อยลง นอนดึกจากการใช้โทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ความเครียดจากการแข่งขันและภาระงานเกิดขึ้นตลอดเวลา ขณะที่อาหารสำเร็จรูป อาหารแปรรูป และเครื่องดื่มหวานกลับเข้าถึงได้ง่ายกว่าที่เคย งานวิจัยจำนวนมากพบว่า การบริโภคเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นประจำสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และกลุ่มอาการเมตาบอลิก (3-5) ผลกระทบของวิถีชีวิตเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นทันทีเหมือนโรคติดเชื้อ แต่จะค่อย ๆ สะสมอย่างเงียบ ๆ จนร่างกายเริ่มเสียสมดุล
การนอนที่ไม่เพียงพอหรือเข้านอนดึกเป็นประจำ สามารถรบกวนระบบฮอร์โมนที่ควบคุมความหิวและความอิ่ม ทำให้เราหิวมากขึ้น อยากอาหารหวานหรืออาหารพลังงานสูงมากขึ้น ขณะเดียวกันการอดนอนยังส่งผลต่อสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจและการควบคุมตนเอง ทำให้หลายคนรู้สึกว่า “ยิ่งเหนื่อย ยิ่งควบคุมตัวเองยาก” (6,7)
หลายคนอาจเคยมีประสบการณ์นอนดึกจากการทำงานหรือไถโทรศัพท์มือถือ แล้วตื่นขึ้นมาพร้อมความรู้สึกหิวผิดปกติ อยากดื่มกาแฟหวาน ชานม หรือของหวานตั้งแต่ช่วงสาย ทั้งที่ตั้งใจว่าจะเริ่มดูแลสุขภาพให้ดีขึ้น เหตุการณ์เช่นนี้อาจไม่ได้เกิดจากการ “ใจไม่แข็งพอ” เพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นผลจากร่างกายที่กำลังเสียสมดุลจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ
ความเครียดเรื้อรังจากการทำงาน การเงิน หรือปัญหาชีวิต ยังทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียดในระดับสูงต่อเนื่อง ซึ่งสัมพันธ์กับภาวะอ้วนลงพุง น้ำตาลในเลือดสูง และการอักเสบเรื้อรังในร่างกาย (8)
นอกจากนี้ ชีวิตที่เร่งรีบยังทำให้หลายคนกินอาหารเร็วเกินไป กินตามอารมณ์ หรือเลือกอาหารที่สะดวกมากกว่าอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ขณะที่การนั่งนานตลอดวันโดยแทบไม่ได้เคลื่อนไหว กลายเป็นเรื่องปกติของชีวิตยุคใหม่
เมื่อพฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมกัน ร่างกายจะเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านการเผาผลาญพลังงาน ฮอร์โมน การอักเสบ และระบบภูมิคุ้มกัน จนนำไปสู่ภาวะต่าง ๆ เช่น โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือกลุ่มอาการเมตาบอลิก (Metabolic Syndrome) (3-5, 8, 9)
ที่สำคัญคือ ปัญหาเหล่านี้มักไม่ได้เกิดจาก “พฤติกรรมผิดพลาดเพียงครั้งเดียว” แต่เกิดจากพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่สะสมต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน
นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ในปัจจุบัน แนวคิด “เวชศาสตร์วิถีชีวิต” (Lifestyle Medicine) ได้รับความสนใจมากขึ้นทั่วโลก (1-2, 10) เพราะแนวคิดนี้มองว่า สุขภาพของมนุษย์ไม่ได้เกิดจากอาหารหรือการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับรูปแบบการใช้ชีวิตทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นการนอน การเคลื่อนไหวร่างกาย การจัดการความเครียด ความสัมพันธ์ทางสังคม และสิ่งแวดล้อมรอบตัว
ข่าวดีคือ แม้วิถีชีวิตสมัยใหม่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเราได้มาก แต่ร่างกายมนุษย์ก็ยังมีความสามารถในการฟื้นตัวได้อย่างน่าทึ่ง หากเราเริ่มกลับมาปรับสมดุลชีวิตทีละเล็กทีละน้อย
บางครั้ง การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ อาจไม่ได้เริ่มจากการทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ แต่อาจเริ่มจากการนอนให้ตรงเวลามากขึ้น เดินให้มากขึ้น ลดเครื่องดื่มหวานลง หรือมีเวลาพักใจจากหน้าจอบ้างในแต่ละวัน
บางที การกลับมาสังเกตวิถีชีวิตเล็ก ๆ ในแต่ละวัน อาจเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการดูแลสุขภาพในระยะยาว เพราะในท้ายที่สุดแล้ว สุขภาพที่ดีอาจไม่ได้เกิดจากการ “ฝืนร่างกาย” แต่เกิดจากการค่อย ๆ พาชีวิตกลับมาใกล้ธรรมชาติของมนุษย์มากขึ้น
สัปดาห์หน้า เราจะชวนมาดูว่า “การนอนที่เสียจังหวะ” กำลังกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนยุคใหม่เหนื่อยง่าย อ้วนง่าย และสุขภาพถดถอยได้อย่างไร
พวกเราหวังว่า บทความสั้น ๆ ในแต่ละสัปดาห์ จะเป็นส่วนหนึ่งในการชวนท่านผู้อ่านค่อย ๆ ปรับวิถีชีวิต เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายของการ “แก่ช้า เจ็บสั้น อายุยืนแบบมีคุณภาพ” ครับ พบกันใหม่ฉบับหน้า
รศ.ดร.นพ.ภูดิท เตชาติวัฒน์ และ ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์
สถาบันสุขภาวะพิสิฐ สมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย
KALM Center และสมาคมโค้ชเวชศาสตร์วิถีชีวิตและเวลเนสไทย
30 พฤษภาคม 2569
เอกสารอ้างอิง
1. Egger G, Binns A, Rossner S. Lifestyle medicine: managing diseases of lifestyle in the 21st century. 3rd ed. Sydney: McGraw-Hill Education; 2017.
2. Katz DL, Frates EP, Bonnet JP, Gupta SK, Vartiainen E, Carmona RH. Lifestyle as medicine: the case for a true health initiative. Am J Health Promot. 2018;32(6):1452-8.
3. Hall KD, Ayuketah A, Brychta R, Cai H, Cassimatis T, Chen KY, et al. Ultra-processed diets cause excess calorie intake and weight gain: an inpatient randomized controlled trial. Cell Metab. 2019;30(1):67-77.e3.
4. Ekelund U, Tarp J, Steene-Johannessen J, Hansen BH, Jefferis B, Fagerland MW, et al. Dose-response associations between accelerometry measured physical activity and sedentary time and all-cause mortality: systematic review and harmonised meta-analysis. BMJ. 2019;366:l4570.
5. Malik VS, Popkin BM, Bray GA, Després JP, Willett WC, Hu FB. Sugar-sweetened beverages and risk of metabolic syndrome and type 2 diabetes: a meta-analysis. Diabetes Care. 2010;33(11):2477-83.
6. Lopresti AL, Hood SD, Drummond PD. A review of lifestyle factors that contribute to important pathways associated with major depression: diet, sleep and exercise. J Affect Disord. 2013;148(1):12-27.
7. Walker MP. Why we sleep: unlocking the power of sleep and dreams. New York: Scribner; 2017.
8. McEwen BS. Stress, adaptation, and disease: allostasis and allostatic load. Ann N Y Acad Sci. 1998;840:33-44.
9. World Health Organization. Noncommunicable diseases [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2023 [cited 2026 May 30]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/noncommunicable-diseases
10. American College of Lifestyle Medicine. Lifestyle medicine core competencies program [Internet]. Chesterfield (MO): American College of Lifestyle Medicine; 2022 [cited 2026 May 30]. Available from: https://lifestylemedicine.org

